“โลหะหนัก” อันตรายที่อยู่รอบตัว ไม่ควรมองข้าม – maxelement

“โลหะหนัก” อันตรายที่อยู่รอบตัว ไม่ควรมองข้าม

“ฮีทสโตรก” โรคร้ายหน้าร้อน ผู้สูงอายุเสี่ยงถึงชีวิต
มิถุนายน 24, 2024
3 ปัญหาผิวกวนใจผู้สูงอายุ เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องดูแล
มิถุนายน 24, 2024

“โลหะหนัก” อันตรายที่อยู่รอบตัว ไม่ควรมองข้าม

“โลหะหนัก” อันตรายที่อยู่รอบตัว ไม่ควรมองข้าม

(หมอกอล์ฟ – น.พ.สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์เจ้าของ TikTok และ เพจคุณหมอสตอรี่)

 

ถ้าคุณเป็นคนที่เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะบ่อย นอนหลับไม่ค่อยดี ไม่มีสมาธิในการทำงาน อย่าคิดว่าแค่เราไม่แข็งแรง แต่อาจเป็นเพราะว่าร่างกายได้รับพิษจากโลหะหนักมากเกินไปแล้วก็ได้นะครับ

มาเช็ค 9 สัญญาณอาการที่บ่งบอกว่ามีสารโลหะหนักสะสมในร่างกายกันนะครับ ใครมีเกิน 3 ข้อ แนะนำว่าควรไปตรวจเพิ่มเติมนะครับ

  1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้ทำงานที่ไม่ได้หนักอะไร
  2. ปวดศีรษะ ไม่ว่าจะเครียด หรืออากาศร้อน
  3. ปวดเมื่อยเรื้อรัง ทั้ง คอ บ่า ไหล่ ข้อมือ ข้อเท้า
  4. ผื่นแพ้ ลมพิษ ไม่ทราบสาเหตุ
  5. คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย
  6. ตาพร่ามัว แพ้แสง
  7. หูอื้อ หูแว่ว
  8. หายใจไม่สะดวก หอบหืด
  9. นอนไม่ค่อยหลับ หลับไม่สนิท

 

เพราะสารพิษโลหะหนักที่มีอยู่มากมายในอากาศ น้ำ และอาหาร เราสามารถสัมผัสปนเปื้อนไปได้ตลอดเวลา เข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ การรับประทาน แม้กระทั่งการสัมผัส ไม่จำเป็นต้องทำงานโรงงานอุตสาหกรรม หรือเป็นเกษตรกรใช้ยาพ่นแมลง แต่ว่าชาวออฟฟิศทั่วไปที่ต้องเดินทางไปทำงาน ทานอาหารจานด่วน จับสัมผัสสิ่งสกปรกรอบตัว นั่นก็สามารถทำให้พิษจากโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดายแล้ว

เมื่อสารโลหะหนัก เช่น สารหนู ตะกั่ว ปรอท เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้ร่างกายมีการอักเสบ โดยเฉพาะที่บริเวณลำไส้ เยื่อบุลำไส้บวม จะรั่วซึม มีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดท้อง และเมื่อสารพิษหลุดลอดเข้าไปในกระแสเลือด ก่อให้เกิดอาการแพ้ เพราะร่างกายจะหลั่งสารฮีสตามีนมาต่อต้าน ทำให้เป็นลมพิษ หรือถ้าเป็นมากก็ผื่นพุพองทั่วร่างกาย จนรุนแรงถึงขนาดไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเซลล์ ให้มีความผิดปกติทางพันธุกรรม โครโมโซมเสียหาย เซลล์ตาย หรือก่อมะเร็ง

 สารหนู หลายคนยังไม่ทราบว่า เบาหวานที่รักษาไม่หาย หลอดเลือดที่ตีบแข็ง โรคพาร์กินสัน หรือโรคสมองเสื่อมอื่นๆ ล้วนมีสาเหตุจากการสะสมสารหนูไว้ในร่างกายอย่างมากเกินควร สารหนูพบปนเปื้อนมากับผัก ผลไม้ น้ำจากดิน ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ร่างกายรับทางการหายใจและซึมเข้าผิวหนัง

🤒 สารปรอท พบมากในอาหารทะเลและเครื่องสำอาง วัสดุทางการแพทย์ ถ้าได้รับมากเกินจะส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสียการทรงตัว ได้ยินมองเห็นผิดปกติ เส้นประสาทบริเวณมือและใบหน้าถูกทำลาย

🤒 สารตะกั่ว ที่พบจากโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องยนต์เก่า แบตเตอรี่ หม้อก๋วยเตี๋ยว กระทะ จะทำให้โลหิตจาง ความดันสูง นอนหลับยาก

🤒 สารแคดเมียม พบในอากาศ ดิน แหล่งน้ำ ส่งผลให้ไตวาย กระดูกเปราะ เสี่ยงมะเร็ง

🤒 สารอะลูมิเนียม พบในแหล่งน้ำ ดิน ยารักษาโรค เครื่องใช้ในครัวเรือน สารระงับกลิ่นตัว หากสะสมมากเกินอาจทำให้โลหิตจาง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเป็นอัลไซเมอร์

 

จะเห็นได้ว่า แทบจะหลีกเลี่ยงสารโลหะหนักที่มีอยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันไม่ได้เลย แล้วแบบนี้ถ้ามีอาการสงสัยจะทำอย่างไร หากไปพบหมอเวชศาลตร์ชะลอวัย ก็จะมีการตรวจสารพิษโลหะหนักในร่างกาย แล้วถ้ามีปริมาณมากเกินควรก็จะทำการล้างสารพิษในกระแสเลือด (คีเลชั่น) ด้วยการให้ยาเข้าทางกระแสเลือด ดริปน้ำเกลือ แล้วขับสารพิษออกมาทางปัสสาวะ แต่วิธีนี้ค่าใช้จ่ายสูง ต้องเจ็บตัว และสำหรับคนที่มีปัญหาโรคไตก็จะทำไม่ได้

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ การใช้สมุนไพรช่วยดีท๊อกซ์โลหะหนัก อย่างเห็ดหลินจือแดง ที่มีสารสำคัญ เช่น ไตรเทอร์พีนอยด์ มีรสขม เป็นสารต้านฮีสตามีน ต้านการแพ้ ต้านอาการตับเป็นพิษ บำรุงเซลล์ตับ ปรับสมดุลความดันโลหิต นอกจากนี้ ยังมีสารโพลีแซคคาไรด์อย่าง เบต้า ดี กลูแคน ที่ช่วยฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง สารอะเดโนซิน ที่สามารถเข้าไปในเซลล์ที่ผิดปกติและควบคุมไม่ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวลง รวมไปถึงสารออแกนิค เยอร์มาเนียม แร่ธาตุที่ช่วยคุมสมดุลในร่างกายและปกป้องเซลล์จากสารพิษ และสารโกโนเดอริก ช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด

ดังนั้น หากมีอาการอย่ารอช้า รีบเช็ค รีบดูแล รีบป้องกันตัวเราเองด้วยทางเลือกที่คุณคิดว่าดีและปลอดภัย ขอเตือนด้วยความห่วงใย อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปแล้วร่างกายเสื่อมโทรมจนแก้ไข่ไม่ทันนะครับ

(ข้อมูลสุขภาพดีๆ จากหมอกอล์ฟ – น.พ.สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์เจ้าของ TikTok และ เพจคุณหมอสตอรี่)