“ฮีทสโตรก” โรคร้ายหน้าร้อน ผู้สูงอายุเสี่ยงถึงชีวิต – maxelement

“ฮีทสโตรก” โรคร้ายหน้าร้อน ผู้สูงอายุเสี่ยงถึงชีวิต

10 สัญญาณเตือน ควรระวัง! ร่างกายพังก่อนวัย
มิถุนายน 24, 2024
“โลหะหนัก” อันตรายที่อยู่รอบตัว ไม่ควรมองข้าม
มิถุนายน 24, 2024

“ฮีทสโตรก” โรคร้ายหน้าร้อน ผู้สูงอายุเสี่ยงถึงชีวิต

“ฮีทสโตรก” โรคร้ายหน้าร้อน ผู้สูงอายุเสี่ยงถึงชีวิต

(หมอกอล์ฟ – น.พ.สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์เจ้าของ TikTok และ เพจคุณหมอสตอรี่)

 

ช่วงที่อากาศข้างนอกร้อนเหมือนมีดวงอาทิตย์มาอยู่หน้าบ้านเราแบบนี้ การออกไปตากแดดข้างนอกนานๆ และดื่มน้ำน้อย อาจจะเสี่ยงต่อ “โรคลมแดด” heat stroke) หรือที่มีชื่อใหม่ว่า “อุณหพาต” เมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายเกิน 40 องศาเซลเซียสจะส่งผลให้การระบายความร้อนออกจากร่างกายไม่ดี จนผิวหนังแดง หายใจเต้นเร็ว หอบถี่ ปวดหัวตุ๊บๆ บางคนสับสน หงุดหงิด ฉุนเฉียว และชักได้ และจะเสี่ยงมากกับคนที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแดดนานๆ คนที่ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ระบายความร้อนยาก ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น นอนดึก เครียด พักผ่อนน้อย เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน เป็นต้น

เมื่อเกิดอาการ ต้องรีบนำเข้าที่ร่ม ปลดกระดุมเสื้อ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวที่ซอกคอ ข้อพับแขน ขาหนีบ เปิดพัดลมเป่า หากผู้ป่วยยังมีสติให้ดื่มน้ำแต่ไม่ควรเป็นน้ำเย็นจัด เพราะเมื่ออากาศร้อนหลอดเลือดจะขยายตัว แต่เมื่อโดนความเย็นจัดจะหดตัวอย่างรวดเร็ว ใครที่มีปัญหาหลอดเลือดตีบแข็งอยู่ อาจทำให้ลิ่มเลือดไปอุดตัน แล้วเกิดอาการอัมพาตได้ (stroke) ซึ่งก็เคยมีรายงานมาว่าหลังจากเป็นลมแดด แล้วไปอาบน้ำเย็นจัดๆ เลยกลายเป็นแขนขาซีกหนึ่งอ่อนแรง หรือบางคนกรามค้าง ปากเบี้ยว

Heat stoke ต่างกับ Stroke อย่างไร

สำหรับ stroke นั้น คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากหลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก โดยพบว่าเพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่าหญิง อาจเพราะพฤติกรรมที่ชอบเที่ยว ชอบดื่ม ชอบสูบ รวมไปถึงความเสี่ยงอื่นๆ อีก เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และอายุที่มากขึ้น

อาการที่เห็นได้ชัดเมื่อผู้ป่วยเป็น stroke คือ ชาอ่อนแรงที่ใบหน้า หรือแขนขาครึ่งซีก พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว ทันทีทันใด เดินเซ ทรงตัวลำบาก มีบางรายที่โชคดี เกิดเฉียบพลันแล้วอาการหายไป นั่นคืออาการเตือน เพราะหลายคนเกิดอาการแบบนี้ ก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร

การป้องกันที่ดีที่สุดก็คงเป็นการทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น อย่างกรณีหลอดเลือดสมองแตก ต้องระวังเรื่องความดันที่สูงเกินไปและอุบัติเหตุทางสมอง ส่วนหลอดเลือดสมองตีบ ตัน ต้องระวังไม่ให้มีลิ่มเลือดไปอุดตัน แต่เนื่องจากพฤติกรรมการทานอาหารของเรา ที่ชอบรับประทานของหวาน ของมัน รวมไปถึงไม่ค่อยออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย นอนดึก เครียด สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และดื่มน้ำน้อย ทำให้เลือดหนืดเม็ดเลือดพร้อมจะจับตัวเป็นก้อนแล้วไปอุดตันหลอดเลือดในสมองได้ง่าย

ทางเลือกหนึ่งที่ช่วยยับยั้งการอุดตันของเกล็ดเลือดก็คือสมุนไพรอย่างถั่งเฉ้าสายพันธุ์ทิเบต หรือหญ้าหนอน ซึ่งมีสารสำคัญอย่าง อะดีโนซีน ซึ่งนอกจากจะช่วยยับยั้งการอุดตันของเกล็ดเลือด ยังมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวด โดยเฉพาะปวดศีรษะไมเกรนจากความเครียด ควบคุมให้เซลล์ทำงานปกติ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีสารโพลีแซคคาไรด์ อย่าง เบต้า ดี กลูแคน ที่ช่วยฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมคุ้มกันแข็งแรง ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด อีกส่วนประกอบที่สำคัญก็คือมีกรดคอร์ไดเซปิด ช่วยให้ไม่เหนื่อยง่าย ฟื้นตัวไว และสารคอร์ไดเซปิน เพิ่มปริมาณการไหลเวียนเลือดและออกซิเจนทั่วร่างกาย ถ้าอยากให้ได้ประโยชน์และประสิทธิภาพดังกล่าว ต้องเลือกถังเฉ้าสายพันธุ์ทิเบต (Cordyseps Sinensis) ต้องมีการรับรองที่ได้รับมาตรฐานจาก อ.ย.  โรงงานการผลิตที่ถูกต้อง มีวัน เดือน ปีผลิต และหมดอายุ มีระบุในฉลากถึงวิธีการรับประทาน และข้อห้ามในการรับประทาน สุขภาพที่ดีถึงจะเป็นของเราครับ

(ข้อมูลสุขภาพดีๆ จากหมอกอล์ฟ – น.พ.สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์เจ้าของ TikTok และ เพจคุณหมอสตอรี่)